Untitled Document
ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ คู่ พี่เลี้ยงดีเด่น
(ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง)

หมู่ที่ 1 ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
รหัสไปรษณีย์ 70180 โทรศัพท์ 032 395342

ผู้ให้ข้อมูล
นาย ยอดธง มั่นใจ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสวนผึ้ง
นาย เศรษฐา บุญทรง ปลัดเทศบาลตำบลสวนผึ้ง
น.ส.มนัญญา แย้มอรุณ นักวิชาการฝ่ายการศึกษา
น.ส ทรัพย์อนันต์ บุญยะวาศรี หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง

เรียบเรียงโดย พเยาว์ อิศรพันธุ์ งานอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี 9/6/2552
เกริ่นนำ การพัฒนาหมายถึง การทำให้เจริญ การทำให้ยั่งยืนถาวร และการทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นศูนย์ที่น่าอยู่ น่าอาศัย มีการจัด
การที่ดีส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กได้รับการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย ปัญญาและอารมณ์ตลอดจนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อ
การมีสุขภาพดีและมีพัฒนาการสมวัยนั้น ผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้คือ ครูผู้ดูแลเด็กที่มีบทบาททั้งดูแลตัวเด็ก ดูแลสิ่งแวดล้อม
และการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินงานศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ประสบความสำเร็จ
ดังนั้นความสำเร็จของการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งให้เป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญใน
ความสำเร็จครั้งนี้คือผู้ดูแลเด็กซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยมีเป้าหมายสูงสุด
คือคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กนั่นเอง
ประวัติ “สวนผึ้ง” สืบเนื่องจากพื้นที่โดยทั่วไปของอำเภอสวนผึ้งมีสภาพแวดล้อม
ประกอบด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ เทือกเขา และมีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า
“ต้นผึ้ง” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีสีขาวนวลไม่มีเปลือกกะเทาะหรือลอกให้เห็นและท
ี่สำคัญคือจะมีผึ้งจำนวนนับแสนนับล้านตัวมาอาศัยทำรังบนต้นผึ้งเท่านั้น
ปัจจุบันสามารถหาดูได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในอำเภอสวนผึ้ง จึงเป็นที่มา
ของคำว่าสวนผึ้งตำบลสวนผึ้ง เป็น 1 ใน 4 ตำบลของอำเภอสวนผึ้ง
จังหวัดราชบุรี ีแบ่งเขตการบริหารการปกครองออกเป็น 2 ส่วน คือ เทศบาล
ตำบลสวนผึ้งและองค์การบริหารส่วนตำบลสวนผึ้ง สภาพทั่วไปของตำบล
สวนผึ้ง เป็นพื้นที่ราบสูงเป็นภูเขาสลับกับพื้นที่ราบ และป่าไม้ มีแม่น้ำ
ลำภาชีไหลผ่าน ซึ่งไหลมาจากน้ำตกเก้าโจน และมีธารน้ำร้อนไหลผ่าน
ที่ตั้งและอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดกับ ต.จระเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ. กาญจนบุรี
ทิศใต้ ติดกับ ต. ตะนาวศรี อ. สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ป่าหวาย และ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันตก ติดกับ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า

ประชากร
ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มี 8 หมู่บ้าน 2,139 ครัวเรือน ประชาชนส่วนใหญ่
มีอาชีพการเกษตร ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ และค้าขาย ราษฎรมีทั้งเชื้อสายกะเหรี่ยงหรือไทยตะนาวศรี ไทยยวน และไทยพื้นราบ (ชาวไทยตะนาวศรี ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ให้ข้อมูลว่าคือไทยพลัดถิ่นในเขตตะนาวศรี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยสยามที่อพยพ
มาอยู่ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย หลังการยึดครองอังกฤษ ชาวไทยเหล่านี้จึงกลายเป็นสัญชาติพม่า แต่ก็ยังไปมาหาสู่กับญาติพี่น้องฝั่งไทยตลอดและมีชาวไทยในเขตตะนาวศรีที่เข้ามาทำคลอดใน
ฝั่งไทย และต้องการให้บุตรเป็นสัญชาติไทย เพราะมีความเกี่ยวดองกับฝั่งไทย ส่วนใหญ่ทางแถบจังหวัดเกาะสอง (วิกตอเรียพอยท์) ของพม่าก็มีชาวไทยมากมาย แต่ในปัจจุบันยังถือว่าชาวไทยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนไร้สัญชาติ)

ภูมิอากาศ มีลักษณะอากาศ 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ลักษณะทั่วไปร้อนแห้งแล้ง ระหว่างเดือน มีนาคม - เมษายน ฤดูฝน ลักษณะฝนตกชุก
ระหว่างเดือน กันยายน – ตุลาคม ฤดูหนาว ลักษณะค่อนข้างหนาว ระหว่างเดือน ธันวาคม – มกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย ทั้งปี ประมาณ 33
องศาเซลเซียส

ระเพณีและวัฒนธรรมประจำถิ่น ประเพณีที่สำคัญคือ ”ประเพณีกินข้าวห่อ” (ข้าวห่อ หมายถึง ข้าวเหนียวห่อใบตองแล้วนำไปนึ่ง นำมากินกับมะพร้าวที่กวนกับน้ำตาล) ซึ่งจะมีประจำในช่วงเดือนเก้าของทุกปี กิจกรรม
สำคัญ คือ มีการผูกแขนเรียกขวัญและกินอาหารร่วมกันเรียกว่ากินข้าวห่อในหมู่ญาติพี่น้อง และแขกผู้มาเยียมเยือน ซึ่งปัจจุบันพี่
น้อง ลูก หลาน ที่ไปทำงานต่างถิ่นก็จะกลับมากินข้าวห่อที่บ้านเป็นการรวมญาติไปด้วย การกินข้าวห่อนั้นจะเวียนกินทีละหมู่บ้าน จนครบแต่จะต้องทำกิจกรรมนี้ให้เสร็จภายในเดือนเก้า ปัจจุบันประเพณีดังกล่าวทางหน่วยงานราชการได้พยามยามรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ แต่จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นเองและมีเชื้อสายไทยตะนาวศรี ได้ให้ข้อมูลว่า “……ทางหน่วยงานราชการ ก็พยายามส่งเสริมให้มีกิจกรรมประเพณีกินข้าวห่อ โดยการจัดงานบริเวณหน้าอำเภอ กิจกรรมก็ประกอบด้วยนิทรรศกาลให้ความรู้เรื่องประเพณีกินข้าวห่อ การแต่งกาย การแสดงของชนเผ่า การจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น
เป็นต้น ซึ่งมุ่งประเด็นเพื่อส่งเสริมการท้องเที่ยวเป็นหลัก โดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนดีพอสมควร แต่จะเป็นลักษณะการ ขอร้องและมีค่าตอบแทน จะเห็นได้จาก เมื่อมีการนำเด็กสาวๆมาแต่งชุดประจำถิ่น เด็กก็ไม่ค่อยอยากแต่ง เขินอาย
ไม่พูดภาษาถิ่น ……..” ซึ่งหากต้องการจะสืบทอดประเพณีนี้ต่อไปคงต้องใช้ความละเอียดอ่อนกันมากขึ้น คงต้องพูดคุยกับคนในท้องถิ่นว่าควรจะทำอย่างไร ในการสืบทอดประเพณีนี้ต่อไป


เทศบาลตำบลสวนผึ้ง
เทศบาลตำบลสวนผึ้งมีพื้นที่ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน คือ บางส่วนของหมู่ที่ 1 บ้านบ่อ หมู่ที่ 2 บ้านทุ่งแฝก (ราษฎรส่วนหนึ่งมีเชื้อสายไทยตะนาวศรี) และหมู่ที่ 4 บ้านนาขุนแสน (ราษฎรส่วนหนึ่งมีเชื้อสายไทยยวน) เทศบาลตำบล
สวนผึ้ง อยู่ห่างจากตัวเมืองราชบุรี 60 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 160 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 9.34 ตารางกิโลเมตร
มีประชากร ( 1 มกราคม 2551) จำนวน 3,018 คน เพศชาย 1,526 คน เพศหญิง 1,492 คน เทศบาลตำบลสวนผึ้งมีผลงาน
ที่ได้รับรางวัล ซึ่งถือว่าเป็นผลงานเด่นคือ องค์กรปกครองดีเด่นด้านสตรีและครอบครัว 3 ปี ซ้อนจากกระทรวงพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดีเด่น จากทั้งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยและ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขปี2551
เดิมทีมีหลายหน่วยงานดูแลเรื่องศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เช่น กรมอนามัย กรมการพัฒนาชุมชน กรมการศาสนา ฯลฯ ต่อมาเมื่อปี
พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กำหนดอำนาจและ
หน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการจัดการศึกษา
ปฐมวัย โดยให้จัดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบัน
ศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการ และเด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เรียกชื่ออื่น
เทศบาลตำบลสวนผึ้งรับถ่ายโอนเด็กเล็กหรือเด็ก 3 ขวบ จากโรงเรียนชุมชนบ้านบ่อ เมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยมีเด็กเริ่มแรก
จำนวน 50 คน ครูพี่เลี้ยง 1 คน ซึ่งขณะนั้นศูนย์เด็กเล็กยังคงอาศัยสถานที่ของโรงเรียนชุมชนบ้านบ่ออยู่ก่อน เพราะสำนักงาน
ของเทศบาลเองก็ยังไม่มี เมื่อรับการถ่ายโอนแล้วเทศบาล จึงดำเนินการสนับสนุน เรื่องอาหารกลางวัน นม ที่นอน
ชุดผ้ากันเปื้อน และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แปรงสีฟัน อุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น ปัจจุบัน (ปี2551) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
เทศบาลตำบลสวนผึ้ง มีครูพี่เลี้ยง 5 คน แม่บ้าน แม่ครัว รวม 2 คน รับเลี้ยงเด็กอายุตั้งแต่ 3 ขวบ ถึง 4 ขวบ จำนวน 86 คน แบ่งการเรียนการสอนเป็น 2 ห้อง โดยแต่ละห้องมีครูพี่เลี้ยงประจำ 2 คน มีครูพี่เลี้ยงที่เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ 1 คน


ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ร่มรื่นด้วยร่มเงาของไม้ใหญ่ที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้อย่างรู้คุณค่า จึงทำให้อาคารแห่ง
นี้ดูน่าอยู่ น่าอาศัย มีรั้วที่สวยงามด้วยภาพวาดระบายสีจากฝีมือครูพี่เลี้ยง การพัฒนาให้เป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ เทศตำบลสวนผึ้งเริ่มต้นจากอาคารสถานที่ โดยอดีตผู้บริหาร คือ นายกวงจันทร์ ด้วงปรึกษา เป็นคนนำโครงการเข้าสภา มอบกองช่างเขียนแปลน โดยก่อนหน้านั้นจะพาเจ้าหน้าที่ไปดูงานในหลายพื้นที่ เพื่อนำตัวอย่างมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเดิมที่มีอยู่ ภายในอาคารศูนย์เด็กเล็กประกอบด้วย ห้องนอน ห้องทำกิจกรรม ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของ เป็นต้น งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างครั้งแรกเป็นเงิน 2 ล้าน
6 แสนบาท เด็กๆได้ย้ายมาอยู่บ้านใหม่เมื่อต้นปี 2549 เป็นการเริ่มต้นเปิดเรียนของปีการศึกษาใหม่พอดี จากนั้นก็ค่อยๆปรับปรุงมาเรื่อยๆ
เช่น ติดมุ้งลวด เหล็กดัด ติดแอร์ห้องนอนและทำห้องอาหาร ซึ่งรวมค่าใช้จ่าย
ทั้งสิ้นประมาณ 5 ล้านกว่าบาท

สำหรับเรื่องอาคารสถานที่นั้นกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญ โดยตั้งให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่จะต้องผ่านการรับรอง เพื่อเป็นศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ของกรมอนามัยคือต้องมีอาคารที่ มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย มีห้องน้ำห้องส้วมที่สะอาดถูกสุขลักษณะ บริเวณศูนย์เด็กเล็กมีสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกอาคารสะอาดและปลอดภัย สถานที่เตรียมปรุงอาหารสะอาดถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่ใช้สอยจัดเป็นสัดส่วนและเพียงพอ มีการป้องกันแมลงและพาหะนำโรคเป็นต้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งได้รับรางวัล ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ระดับดีมาก ปี 2548 ,2549และ2550 จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รางวัลชนะเลิศศูนย์เด็กเล็กอ่อนหวาน
ระดับอำเภอ ปี 2551จากจังหวัดราชบุรี รางวัลสุดยอดศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ดีเด่น สังกัดเทศบาล ปี 2551 จากจังหวัดราชบุรี และรางวัลศูนย์เด็กเล็กดีเด่นขนาดใหญ่ ปี 2551 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
โครงสร้างด้านการบริหารของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ผู้บริหาร นายอนันต์ เฮงทองเลิศ ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสวนผึ้ง
นายยอดธง มั่นใจ ตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสวนผึ้ง
นางสาวมนัญญา แย้มอรุณ ตำแหน่งนักวิชาการ
นางสาวทรัพย์อนันต์ บุญยะวาศรี ตำแหน่งหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก


ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง แบ่งโครงสร้างการบริหารงานเป็น 4 ฝ่าย ได้แก่ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานบุคคล
การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป ผู้บริหารยึดหลักการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยใช้กระบวนการ “การบริหารโดยใช้
โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management)หรือ SBM “ หัวใจของการบริหารสถานศึกษาแบบ SBM คือการบริหารจัดการตามความ
ต้องการและความจำเป็นของสถานศึกษา โดยคณะกรรมการสถานศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง มีอำนาจหน้าที่
ร่วมคิด ร่วมดำเนินการ ร่วมตัดสินใจและร่วมประเมินผล โดยมุ่งหวังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งยังได้ใช้แผนเป็นเครื่องมือในการบริหารและเพื่อให้ทุกคนทำงานอย่างเป็นระบบ จึงใช้กระบวน
การ PDCA เข้ามาใช้ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงานดังนั้นในการบริหารงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งได้ยึดหลักการ
บริหารแบบมีส่วนร่วมและได้เปิดโอกาสให้บุคคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาของศูนย์ฯไม่ว่าจะเป็น
คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน คณะครูและนักเรียนต่างก็มีบทบาทในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันแก้ปัญหาและร่วมกัน
ภาคภูมิใจ (เอกสารอัดสำเนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี)

นโยบายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง
1.ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลากรได้มีการพัฒนาตนเองอย่างมีศักยภาพโดยการเข้ารับการอบรม
2.เพิ่มพูนประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องตามหลักสูตรปฐมวัยครบทั้ง 4 ด้าน
3.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภูมิปัญญาในท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลัก
สูตรปฐมวัย
4.สนับสนุนให้บริการแก่นักเรียน เช่น ที่นอน ชุดพละ เอี๊ยม อาหารกลางวันและอาหารว่าง
5.พัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในศูนย์ฯให้มีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สะอาด ร่มรื่น สวยงาม ปลอดภัย
6.ส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานตามนโยบายของหน่วยงาน ซึ่งบังคบบัญชาและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นและชุมชนในการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น
7.ส่งเสริมการเรียนการสอนให้ครบพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา
ผู้นำมีวิสัยทัศน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย ได้ให้ความหมาย คำว่า “วิสัยทัศน์ “ไว้ว่า วิสัยทัศน์ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า “Vision” แปลว่า ความคาดหมายที่จะกระทำในอนาคตหรือการมองเป็นระบบเพื่อให้รองรับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือเพื่อการพัฒนา แนวโน้มที่เกิดขึ้น
ในอนาคตจากการสอบถามถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งก็ได้รับคำชี้แจงว่า
“.........คิดว่าประเด็นแรกน่าจะอยู่ที่ผู้บริหาร นายกต้องเอา เพราะถ้านายกเอาจะสามารถต่อรองกับสภาได้ ว่าปีนี้
จะทุ่มงบประมาณที่ศูนย์เด็กเล็ก เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของเทศบาลเรา ถ้านายกรับเอาเข้าสภา เรื่องมันก็รื่น ที่นี่ขออะไรก็ได้.........”
รองนายกฯ ได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า ” .......เห็นเด็กตื่นตี 5 หน้าหนาว ต้องนั่งรถไปเรียนในเมือง ก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะที่นี่หน้าหนาวก็หนาวมากผมก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กๆมีที่เรียนที่ดีจากนั้นจะเรียนต่อที่ไหนก็แล้วแต่ความสามารถของ พ่อ แม่ .........”
แสดงให้เห็นถึงความมีวิสัยทัศน์ และความเมตตาของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก เมื่อเห็นสภาพที่เด็กต้องตื่นแต่เช้า สลึมสลือออกจากที่นอนนั่งรถไป
เรียนในเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไป โดยที่ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน ซึ่งในทางที่เหมาะที่ควรแล้วเด็กในวัยนี้คารจะได้มีความสุขกับการนอนพักผ่อน
อย่างเต็มที่ ในที่นอนอันแสนจะอบอุ่นสบาย เพื่อการเจริญเติบโตที่สมวัย เด็กๆควรได้เรียนใกล้บ้าน ได้มีเวลาเล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ
ไม่ควรต้องมาเสียเวลาและทุกข์ทรมานกับการเดินทาง ก่อนวัยอันควรผู้บริหารเทศบาลตำบลสวนผึ้งตั้งเป้าหมายไว้ว่า
“........ภายใน 5 ปี จะขยายให้บริการด้านการศึกษาถึงอนุบาล 2 ซึ่งก็คงจะหยุดเพียงอนุบาล 2 เพราะถ้าจะรับถึง ป1. – ป.6 คิดว่าภาระจะหนัก
เกินไป แต่ก็ต้องแล้วแต่นโยบายของรัฐบาลด้วยและถ้าจะต้องขยายอีก ก็จะต้องมีองค์ความรู้ให้มากกว่านี้……”
จากการพูดคุยกับปลัดเทศบาลซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กมาหลายแห่ง ถึงแรงบันดาลใจ ก็ได้รับคำตอบว่า ลูกๆอาจจะมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจ เพราะมีลูกอยู่ในวัยปฐมวัยเช่นเดียวกับเด็กๆในศูนย์เด็กเล็ก “......….ลูกก็อาจจะมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจ เพราะว่าถ้าเราเลี้ยงลูกเราดี ลูกของชาวบ้านที่มาอยู่กับเราก็ต้องเลี้ยงให้ดีด้วย พอเราทำให้ที่หนึ่งดีแล้ว พอย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก็อยากจะพัฒนา
ปรับปรุง ให้ดีเหมือนกับที่เก่าอีก อีกอย่าง ถ้าใครมาดู แล้วบอกว่าศูนย็เด็กเล็กของเทศบาลเราไม่ดี ก็รู้สึกขายหน้า........” นอกจากนี้ยังได้รับคำบอกเล่าว่าที่เทศบาลตำบลสวนผึ้งมีบุคคลากรค่อนข้างเพียงพอ การดำเนินงานจึงเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว

พัฒนาบุคคลากร
การศึกษาหาความรู้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนจะต้องค้นคว้าหามาเพิ่มเติมสมองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ทั้งในสถานศึกษา นอกสถานศึกษา ในชุมชน ในธรรมชาติ หรือที่อื่นๆ การศึกษาไม่มีคำว่าช้าเกินไป แก่เกินไป
สำหรับศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ก็มีการพัฒนาหาความรู้กันตลอดเวลา เช่นกัน
“..........ครูของเราก็ไปอบรมทั้งปี ทุกหลักสูตร ไม่ว่าที่ไหนจัด ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง กรมส่งเสริมการปกครอง สำนักปลัด
การศึกษา ศูนย์อนามัยที่ 4 หรือว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด จัด เมื่อกลับมาก็จะปรับแนวคิดประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ……” เป็นข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากผู้บริหารของเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ที่สนับสนุนด้านความรู้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้เทศบาลยังมีโครงการส่งครูเรียนต่อด้านเอกปฐมวัย ในวันเสาร์ –วันอาทิตย์ เพื่อปรับให้ตรงกับงานที่ทำ สำหรับจำนวนครูที่เรียนในแต่ละปีก็จะขึ้นอยู่กับกรมว่าจะอนุมัติให้กี่คน
ในเรื่องนี้กรมอนามัยได้ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า ผู้ดูแลเด็กร้อยละ 50 ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็ก
ปฐมวัย เพราะการที่ครูพี่เลี้ยงมีความรู้ ย่อมทำให้ทำงานอย่างมั่นใจทั้งในเรื่องการดูแลเด็กและการให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดกับเด็ก เช่น ภาวะทุพโภชนาการหรือในเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ครูพี่เลี้ยงที่ได้รับการศึกษา อบรม จะทำงานได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
บริการประทับใจ

เด็กต้องมาก่อน
“...........ศูนย์เด็กเล็กของเราก็มีแต่เด็กแย่งกันเข้าเรียน เพราะฟรีหมดทุกอย่าง ปัญหาการร้องเรียนต่างๆก็เลยไม่เกิด เพราะเราดูแลบุตรหลานของเขาได้ดี เนื่องจากเป็น
ที่ต้องการของผู้ปกครอง จึงต้องมีมาตรการรับเด็ก โดยจะพิจารณารับเด็กในเขตก่อน
ถ้าเกินก็จะตัดไว้เป็นตัวสำรองแต่ถ้าเด็กในพื้นที่จำนวนรายหัวว่างก็จะรับเด็กนอกเขตมาเสริม
ตอนนี้ก็มีการจองข้ามปีกันเลยทีเดียว เช่นเด็กอายุได้ 2 ขวบ 9 เดือน ก็จะมาจองไว้ก่อนเลย หรือว่าเป็นสำรองไว้ปีต่อไป แต่เราก็จะพิจารณาเด็กในเขตก่อนเพราะถ้า สำนักงานตรวจ
เงินแผ่นดินมาตรวจเขาก็จะดูเด็กในเขตก่อน ต้องให้ความสำคัญกับเด็กในพื้นที่ก่อน ถ้าเด็กไม่พอจึงจะรับเด็กนอกเขตได้........”

ประชาชนพึงพอใจ
ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง ได้ว่าจ้าง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มาประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของ
เทศบาล “......ถ้าเทศบาลประเมินเองก็อาจทำให้ไม่ได้รับความเชื่อมั่น จึงจ้างหน่วยงานที่เป็นกลางมาทำการประเมิน โดยจะมาสอบถามกับผู้ปกครองเด็กที่มาส่ง -มารับเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กได้เลย เราจะประเมิน 3 ด้าน คือ ด้านศูนย์เด็กเล็ก ด้านเบี้ยงยังชีพ และด้านการจัดเก็บภาษี เพราะตรงนี้เราจะเอาไปคิดเงินปันผล เพื่อขอรับโบนัสปลายปี ดังนั้นจึงต้องจ้างสถาบันที่เป็นกลางทำการประเมิน นอกจากนี้เราก็จะได้มีรายงานว่าทั้งปีเราทำงาน เราได้ประเมินความพึงพอใจของชาวบ้านแล้ว ถ้าออกมาสูงๆหมดก็แสดงว่าเราสอบผ่าน สอบผ่านในสายตาของชาวบ้าน ประชาชน......”
ได้รับการบอกเล่าเพิ่มเติมว่า การประเมินความพึงพอใจของชาวบ้านนั้นเทศบาลอื่นๆก็ทำกันเหมือนกัน แต่หัวข้อการประเมินอาจจะไม่เหมือนกันอยู่ที่เป้าหมายของการทำงาน บางเทศบาลก็จะไม่สนใจศูนย์เด็กเล็กเลย จะไปสนใจเรื่องโครงสร้าง
พื้นฐานมากกว่า

ครูพี่เลี้ยงดีเด่น

หากมองดูอย่างผิวเผินจะเห็นว่าหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้เป็นคนเฉยๆ ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีความโดดเด่นอะไรมากนักแต่เมื่อได้พูดคุยและเห็นผลงานก็รู้ถึงความมุ่งมั่น ความเอาจริงเอาจังและการคิดค้นหางานใหม่อยู่เสมอๆ ปรัชญาการทำงานของเธอก็ดูธรรมดาไม่หวือหวา
เช่นเธอบอกว่า
“…….ไม่คิดอะไรมาก ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัลหรือได้เงินเดือนเพิ่ม คิดว่าทำดีก็ต้องได้ดี
ความคาดหวังคืออยากให้เด็กที่นี่มีศักยภาพเท่ากับเด็กในเมือง เด็กได้รู้ได้เห็นเหมือนกับเด็กใน
เมืองบ้าง …….” นี่คือสิ่งที่ครูพี่เลี้ยงหัวหน้าศูนย์บอกกับเรา
หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อายุ 39 ปี สถานภาพโสด พ่อเคยเป็น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ
หมูู่่บ้าน แม่เป็นแม่บ้าน ปัจจุบันทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตแล้ว มีพี่น้องทั้งหมด 9 คน พี่สาวคนโตและน้องสาวคนสุดท้องรับราชการครูซึ่งเธอบอกว่าได้อาศัยปรึกษาเรื่องการ
เรียนการสอนกับสองคนนี้ตลอด สำหรับการศึกษาของเธอ ปริญญาตรีเอกประถมศึกษา และกำลังศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีเอกการศึกษาปฐมวัย เธอบอกว่าเคยเปิดบ้าน
เป็นเสถานรับเลี้ยงเล็กมาก่อนและได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองมากพอสมควร แต่ต่อมาก็เลิกไปเพราะรบกวนเวลาพักผ่อนของพ่อ ด้วยรักในอาชีพครูและอยากทำงานใกล้บ้านจึงสมัครทำงานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งตั้งแต่ ปี พ.ศ.2542 ที่เริ่มการกระจายอำนาจการดูแลเด็กปฐมวัยให้องค์กรปกครองท้องถิ่นรับผิดชอบ จากนั้นปฏิบัติงานในหน้าที่ครูผู้ดูแลเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จากการสังเกตยังพบว่า เพื่อนร่วม
งาน ให้การยอมรับและร่วมมือในการทำงานอย่างดี โดยพบว่าเพื่อนร่วมงานปฏิบัติงานด้วยความ กระตือรือร้น ยิ้มแย้มแจ่มใส
มองโดยรวมจะเห็นว่า ครูพี่เลี้ยงหัวหน้าศูนย์ฯมีบทบาทสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับผู้ร่วมงานอย่างชัดเจน เหมาะสม โดยได้แบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 ห้อง แต่ละห้องมีครูพี่เลี้ยงช่วยกันดูแลเด็ก 2 คน นอกจากนี้เธอได้มอบหมายให้ครูพี่เลี้ยงทุกคนต้องทำสื่อการเรียนการสอนคนละ
1 ชิ้นต่อเดือน เพื่อให้มีสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลายเด็กจะได้ไม่เบื่อ โดยหัวหน้าศูนย์ทำหน้าที่ดูแลในภาพรวมของศูนย์ฯ และคอยประสานงานกับท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นๆ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ มีแม่ครัว แม่บ้าน อีก 2 คน จึงทำให้ครูพี่เลี้ยงมีเวลากับกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลากับการประกอบอาหาร การตักอาหารหรือ
ทำความสะอาด
สำหรับการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง เธอบอกว่ายึดตามแนวหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ และการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ของกรมส่งเสริมการปกครอง
ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังได้นำแนวการเรียนการสอนแบบมอสเตสเซอรี่ การเรียนการสอนตาม
แนววิถีพุทธ รวมทั้งการสอนเสริมจากวิทยากรในชุมชน และการศึกษาดูงานมาบูรณาการ
เข้าด้วยกัน แล้วประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กมากที่สุด หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ได้ใช้มาตรการเชิงรุกเข้าถึงชุมชน โดยตรวจสอบ
ดูทะเบียนเด็กในพื้นที่ว่าเด็กชื่ออะไร บ้านอยู่ไหนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาล
ตำบลสวนผึ้ง อายุครบเข้าเรียนในศูนย์เด็กเล็กหรือยังแล้วไปติดต่อสอบถามก่อนล่วงหน้า
เพื่อวางแผนการทำงาน ถ้าหากจำนวนเด็กมีไม่ครบ ก็จะต้องหาเด็กเพิ่มให้ครบ
โดยอาจจะลดระดับอายุเด็กลงมา เป็น 2 ขวบ 9 เดือน หรืออาจจะรับเด็กนอกพื้นที่ ให้ครบจำนวน ศูนย์ฯจะไม่ปล่อยให้จำนวนเด็กว่างไว้ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเด็กเอง เพราะยังมีเด็กนอกพื้นที่อีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการเข้าเรียนในศูนย์
เด็กเล็กแห่งนี้ และก็เป็นการป้องกันการต่อว่าจากผู้ปกครองบางคนที่ไม่พาเด็กมาสมัครให้ตรงตามกำหนดเวลา แต่พอเลยกำหนดก็พาเด็กมา
ฝาก แล้วอ้าง ว่าไม่รู้เรื่อง ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน เพราะศูนย์ฯได้รับเด็กคนอื่นเต็มไปแล้ว เช่น เด็กนอกพื้นที่ เป็นต้น และบางปีก็จะ
มีเด็กพิเศษ เช่น เด็กสมาธิสั้น เด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง ครูพี่เลี้ยงก็จะต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อมีจำนวนเด็กเพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการ
ทำงานลดลงได้ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้พยายามเสาะหาคนในชุมชนที่มีความรู้ความสามารถ เช่น การประกอบอาชีพ การเล่านิทาน การ
ประดิษฐ์ของเล่น ฯลฯ มาช่วยสอนเสริมหรือสาธิตการทำงานให้เด็กๆได้เรียนรู้ โดยจัดการเรียนการสอนผ่านสาระการเรียนรู้ทั้งหมด 4 สาระ
รวมเวลาประมาณ 40 สัปดาห์ ในปีแรก ( ปี 2550 ) ได้เชิญคุณยาย วัย 72 ปี มาเล่านิทานให้เด็กฟัง พบว่าเด็กๆตื่นเต้น ให้ความสนใจกันมาก เชิญตำรวจจากค่ายตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอสวนผึ้งมาทำสะพานเชือกให้เด็กได้ป่ายปีนเล่น เชิญวิทยากรจาก สภอ.สวนผึ้ง มาบรรยายพร้อมสาธิตกฎระเบียบของการจราจร เช่น การข้ามถนนตรงทางม้าลาย การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย เชิญผู้ที่มีความรู้ด้านการประดิษฐ์ของเล่นง่ายๆ เช่น การสานปลาตะเพียน จากใบมะพร้าวมาสาธิตให้เด็กดู ให้เด็กได้หยิบได้จับ รู้จักพืช
ประโยชน์ของพืช เชิญชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทำเห็ดฟางซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กในศูนย์ฯ มาสาธิตการเพาะเห็ดฟางในตระกร้าให้เด็กๆ
ได้มีส่วนร่วมในการช่วยฉีกฝอยนุ่น รดน้ำ เป็นต้น เธอบอกว่ายังมีโครงการอีกมากที่จะให้เด็กได้เรียนรู้จากเรื่องจริงและสอดคล้องกับวิถีชีวิต
ของชุมชน นอกจากนี้ยังอยากให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เช่น การบายสีเรียกขวัญของชาวไทยตระนาวศรี ซึ่งเธอบอกตั้งใจ
จะทำให้เห็นเป็นรูปธรรมในเร็วๆนี้ เพื่อสืบถอดประเพณีของท้องถิ่นเอาไว้แม้เธอจะเคยบอกว่าไม่อยากได้รับรางวัลใดๆนอกจากความภูมิใจ
ที่เห็นเด็กเป็นคนดีแต่การทำงานที่ทุ่มเทก็ทำให้เธอได้รับรางวัลผู้ดูแลเด็กดีเด่น ปี 2550 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กระทรวงมหาดไทย

ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่คู่พี่เลี้ยงดีเด่น เกิดจากความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือเทศบาลตำบลสวนผึ้งกับครูพี่เลี้ยงโดยเฉพาะ
หัวหน้าศูนย์ฯ ทำงานสอดคล้องเกื้อหนุนกัน ทำให้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รักษามาตรฐานการทำงาน
ไว้เป็นอย่างดี เทศบาลตำบลสวนผึ้งทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ มีวิสัยทัศน์ มองการไกลให้ความสำคัญกับเด็ก ดังจะเห็นได้จากเมื่อรัฐบาล
กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี พ.ศ.2542 เทศบาลตำบลสวนผึ้งรับการถ่ายโอนทันที ซึ่งแม้ว่ายังไม่ได้ก่อสร้างอาคาร
ศูนย์ฯให้ใหม่ก็ได้สนับสนุน เรื่องอาหารกลางวัน ที่นอน นมและอุปกรณ์อื่นๆ จากนั้นรีบดำเนินการหาสถานที่ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ที่ได้มาตรฐานโดยก่อสร้างอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในปี 2548 จัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนอย่างครบครัน อยู่ในสภาพดีมีปลอดภัย
ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการดูแลเด็ก โดยให้มีผู้ดูแลเด็ก 2 คน ต่อเด็ก 1 ห้อง มีแม่ครัว มีคนงาน มีภารโรง เพื่อสนับสนุน
ให้ครูพี่เลี้ยงได้ดูแลเด็กอย่างเต็มที่ และครูพี่เลี้ยงก็มีความสุขในการทำงานเพราะภาระไม่หนักจนเกินไป ด้านครูพี่เลี้ยงหัวหน้าศูนย์ฯ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านส่วนตัวคือเป็นคนโสด บิดา มารดาเสียชีวิตแล้ว ไม่มีภาระที่ต้องดูแลใคร จึงสละเวลาให้กับการทำงานอย่างเต็มที่บวก
กับการทำงานที่ ไม่คาดหวังกับสิ่งตอบแทนจึงทำงานแบบไม่มีความกดดันทำให้มีผลงานสม่ำเสมอ โดยสังเกตจากการที่ไปเยี่ยมศูนย์ฯครั้งใด
ก็จะดูดีตลอด การที่หัวหน้าศูนย์ฯมีคุณวุฒิทางการศึกษาทั้งปริญญาตรีเอกประถมศึกษาและปริญญาตรีเอกปฐมวัยจึงทำให้มีความรู้ในการ
ปฏิบัติงานบวกกับการทุ่มเท มุ่งมั่นให้กับการทำงานอย่างเต็มที่จนเป็นที่ประจักษ์ จึงทำให้หัวหน้าศูนย์ฯได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานและ
ผู้บริหาร ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้งเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่น่าอยู่ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ควรเป็น
แบบอย่างแก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆต่อไป

ข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและควรศึกษาหาข้อมูลก่อนการสร้างอาคาร สถานที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อการอยู่อาศัยที่สะดวก ปลอดภัย ของเด็ก การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือศึกษาดูงานจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ได้มาตรฐานระดับดีมากของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และควรดูหลายๆ แห่ง เพื่อ บูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง
2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรคัดเลือกครูพี่เลี้ยงโดยเฉพาะหัวหน้าศูนย์ฯให้มีความรู้โดยตรงคือจบการศึกษาปริญญาตรีเอกปฐมวัย และหากพิจารณาคนที่เคยอยู่เดิมก็ควรคำนึงถึงอาวุโสด้วยเพราะจะทำให้ครูพี่เลี้ยงที่มีอาวุโสน้อยแล้วขึ้นเป็นหัวหน้าศูนย์ฯทำงานด้วยความ
ลำบาก จะทนกับแรงเสียดทานไม่ค่อยไหว การทำงานจะไม่ราบรื่น การพัฒนาก็อาจจะไม่เกิด หรือหากถูกบังคับให้เกิดก็อาจจะไม่ยังยืน
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอัดสำเนา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสวนผึ้ง
เทศบาลตำบลสวนผึ้ง,รายงานกิจการ.ปีงบประมาณ 2550
การส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,กรม.คู่มือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล.ไม่ระบุ
สถานที่และปีที่พิมพ์
สื่ออิเล็กทรอนิกส์
http://WWW.Suanphung.org / index1.asp
http://th.wikipedia.org/wiki/
http://WWW.thaitambn.com/