Untitled Document

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทองผาภูมิ

(โครงการโรงเรียนในชุมชน ชุมชนในโรงเรียน)

หมู่ที่ 1 ต . ท่าขนุน อ . ทองผาภูมิ จ . กาญจนบุรี โทรศัพท์ 034 599082

ผู้ให้ข้อมูล นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทองผาภูมิ นางฐิติภรณ์ ผิวแก้วดี หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
( นักวิชาการศึกษา ) นางพัทธวรรณ กันคำ ตัวแทนผู้ปกครองเด็ก

เรียบเรียงโดย นางพยาว์ อิศรพันธุ์ นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ งานอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี 19/6/2552

เกริ่นนำ

การกระจายอำนาจและการบริหารอย่างมีส่วนร่วมในทุกระดับ เป็นหลักการสำคัญที่สุดของเป้าหมายตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ง
ชาติ 2542 ไม่ว่าจะเป็นการเปิดกว้างให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน สถาบันทางสังคม ได้มีบทบาทเป็น " ทุนทางสังคม " และ" ทุนทางวัฒนธรรม "
ให้แก่การศึกษาทุกระบบ สำหรับการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครอง ถือเป็นหัวใจของการจัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชน
และจากผลการวิจัยด้านครอบครัวหลายปีที่ผ่านมา ยืนยันเสมอมาว่า ความสัมพันธ์ที่ดีและการช่วยเหลือกันระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครอง
และโรงเรียนในการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก นอกจากจะทำให้เด็กประสบผลสำเร็จในด้านวิชาการแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์
ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ที่นำไปสู่ความก้าวหน้าในชีวิตอนาคต

โครงการ"โรงเรียนในชุมชน ชุมชนในโรงเรียน" ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทองผาภูมิที่ได้จัดทำขึ้นนับเป็นย่างก้าวสำคัญที่
ศูนย์์พัฒนเด็กเล็กแห่งนี้ได้ดำเนินการตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและก็ได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี
โดยการเปิดกว้างรับฟังคิดเห็นจากชุมชน เชิญชวนตัวแทนผู้ปกครองที่มีแนวคิดในการพัฒนาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ
จึงเป็นการเชื่อมร้อยกันอย่างดีระหว่างชุมชนกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นับว่าเป็นแนวทางที่ดีที่ควรได้รับการเผยแพร่ให้กว้างขวางต่อไป

ทองผาภูมิ เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นกับอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอทองผาภูมิตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 20
พฤษภาคม 2484 ( วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ) อำเภอทองผาภูมิแบ่งเป็น 7 ตำบล ได้แก่
ตำบลท่าขนุน ตำบลปิล็อก ตำบลหินดาด ตำบลลิ่นถิ่น ตำบลชะแล ตำบลห้วยเขย่ง และตำบลสหกรณ์นิคม


เทศบาลทองผาภูมิ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ 3.28 ตารางกิโลเมตร มีระยะห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 150 กิโลเมตร ระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 280 กิโลเมตร

อาณาเขต
ทิศเหนือ จรด วัดทองผาภูมิ
ทิศตะวันออก จรด ทางหลวงสายทองผาภูมิ - สังขละบุรี
ทิศตะวันตก จรด ทางหลวงสายทองผาภูมิ - เขื่อนวชิราลงกรณ์
ทิศใต้ จรด สะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย

ลักษณะภูมิประเทศและลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูงใหญ่สลับซับซ้อนเป็นส่วนใหญ่ มีที่ราบบ้างบริเวณริมแม่น้ำแควน้อย และที่ราบระหว่างภูเขา มีพื้นที่ลาดเอียงลง
สู่แม่น้ำ มีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน ฝั่งตะวันตกเป็นชุมชนเมืองเป็นศูนย์รวมด้านการพาณิชย์ และสถานที่ราชการสำคัญๆ ฝั่งตะวันออกเป็นชุมชน
ที่อยู่อาศัยลักษณะภูมิอากาศ โดยทั่วไปอยู่ในโซนร้อนและชุ่มชื้น ในบริเวณที่เป็นป่าและภูเขาสภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงมาก
คือ ในฤดูร้อนจะร้อนจัด ในฤดูหนาวจะหนาวจัด ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

การปกครอง
ในเขตเทศบาลตำบลทองผาภูมิ มีหมู่บ้านในความรับผิดชอบจำนวน 1 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 ( บางส่วน ) มีชุมชนจำนวน 3 ชุมชน คือ ชุมชนพัฒนา
ทองผาภูมิ ชุมชนริมฝั่งแควน้อยและชุมชนวังท่าขนุนในปี พ . ศ . 2550 มีครัวเรือนทั้งสิ้น จำนวน 1,202 หลัง มีประชากรทั้งสิ้น จำนวน 2,319 คน ประชากรชาย จำนวน 1,251 คน ประชากรหญิง

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทองผาภูมิ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ 1 ไร่ 30 งาน ตั้งอยู่ในชุมชน
ใกล้กับตลาดทองผาภูมิ แม้ว่าสถานที่จะดูไม่กว้างขวางนักแต่การจัดแต่งก็เป็นระเบียบ น่าอยู่น่าอาศัย ทั้งประตูและรั้วทาสีและวาดรูปอย่างสวยงาม
ชวนมอง ประกาศจัดตั้ง วันที่ 17 เมษายน 2545 ตามนโบายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 78 และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พุทธศักราช 2542

ปัจจุบัน (2552) รับเลี้ยงเด็กอายุตั้งแต่ 2.5 ขวบ ถึง 3 ขวบ จำนวน 87 คน มีครูผู้ดูแลเด็กจำนวน 5 คน มีวิสัยทัศน์ว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการดี 4
ด้าน ร่วมใจสืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมใช้สิ่งแวดล้อมสร้างเสริมประสบการณ์ มีมาตรฐานความรู้คู่คุณธรรม น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการ “โรงเรียนในชุมชน ชุมชนในโรงเรียน” นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทองผาภูมิ (นายประเทศ บุญยงค์)
ได้ให้ข้อมูลกับเราว่า

“........ เดิมลูกตนเองก็ต้องส่งไปเรียนที่อื่นๆ ตั้งแต่ 6 ขวบ ออกจากบ้าน ตอนแรกก็ไปอยู่โรงเรียนประจำ ต่อมาก็ให้คุณแม่ไปอยู่ด้วย เสาร์ - อาทิตย์ หรือปิดเทอมถึงได้มาบ้านที พอมาอยู่ตรงนี้ก็มองว่าประชากรก็เพิ่มขึ้นทุกปี สถานศึกษาของเราที่มีอยู่ในพื้นที่ก็ยังไม่ดีนัก ก่อนที่ผมจะมาก็มีศูนย์ฯอยู่แล้ว มีเด็กอยู่ประมาณ 30 คน อาคารก็เก่าๆ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนก็ยังไม่มี ผมเข้ามาก็มานั่งดูว่าจะทำอย่างไร ก็ต้องพัฒนาบุคลากรด้วย เขาต้องมีใจด้วย
ก็ส่งไปอบรม ตอนนั้นยังไม่มีนักวิชาการที่ตรงสายงานมาอยู่ตรงนี้เลยก็ค่อนข้าง
ลำบาก บางครั้งก็จบมาไม่ตรงสายงาน พอดีได้ครูฝนมาก็เลย
บอกให้ทำเต็มที่เรื่องงบประมาณไม่อั้นให้ทำให้เต็มที่ ได้พบผู้ปกครองบ้าง รับฟังความคิดเห็นจากผู้ปกครอง พอดีมีความตั้งใจจะทำอยู่แล้ว ก็บอกกับ
ผู้ปกครองว่าถ้ามีอะไรให้ติดต่อผมโดยตรงได้เลย โทรศัพท์เปิดตลอด
ถ้ามีปัญหาหรือทุกๆเรื่อง ก็ปรับปรุงแก้ไขกันมาเรื่อยๆ ตอนนี้บุคลากรที่จะ
มาทำงานด้านนี้ผมจะให้ครูฝนพิจารณา จะต้องมีความรักทางด้านการศึกษา
จะต้องสนใจเด็ก ผมบอกกับครูฝนว่าให้ใช้คนให้ตรงกับงานและต้องชอบ ก่อนรับเข้าทำงานจะมีการทดสอบทั้งข้อเขียน สัมภาษณ์และฝึกปฏิบัติจน
เป็นที่พอใจ ถ้าคนที่เขาไม่ชอบไม่ถนัดทางด้านนี้เขาก็จะถอนตัวไปเอง ........ ”

ความคาดหวังต่อโครงการ นายกฯให้ข้อมูลว่า

“...….. ต้องการให้เด็ก ลูกหลานมีสถานศึกษาที่ดี เพราะที่ผ่านมาก็จะเห็นเด็กไปเรียนที่ เมืองกาญฯ กรุงเทพ ทำไมเราต้องให้ลูกหลานของเรา
ไปเรียนไกลๆ ทำให้ความอบอุ่น การดูแลที่ใกล้ชิดขาดหายไปก็เลยอยากจะส่งเสริมตรงนี้เพราะเราพัฒนาศูนย์เด็กเล็กที่มีอยู่ให้มีคุณภาพ ให้เป็นที่พึงพอใจของผู้ปกครอง ลองดูว่าถ้าเราทำแล้ว เขายังจะเอาลูกไปเรียนไกลๆ อีกไหม เราก็ทำมาตลอด ปรากฏว่าหลังจากที่เราทำแล้ว
ก็มีส่วนน้อยที่ยังเอาลูกไปเรียนที่อื่น หรือบางคนไปอยู่ที่อื่นก็จะขอย้ายกลับมาอยู่กับเรา หรืออย่างคนที่ไปเรียนเอกชนพอเขาเห็นเราทำได้
มาตรฐานก็จะขอย้ายมาอยู่กับเรา แต่เราก็รับได้จำนวนจำกัด ปีนี้เราขยายเป็น ป 1 เราก็จะขอรับคนของเราก่อนคือเด็กอนุบาล
ของเราจำนวน 25 คน ที่จะขึ้น ป 1 ก่อน ถ้ายังมากอยู่ก็จะให้จับฉลาก ในชั้น ป 1. นี้ก็จะมีครูหลัก 1 ท่าน ครูสอนวิชาเอก .....…..”

อยากให้เด็กร้องไห้มาโรงเรียน

“.......... โดยทั่วไปแรกๆเด็กมักจะร้องไห้ไม่ยอมมาโรงเรียน บางครั้งมาแล้วก็ไม่ยอมอยู่ ร้องไห้เกาะแม่แจ ก็เลยคิดว่าเราจะทำอย่างไรดีนะที่จะให้เด็กร้องไห้อยากมาโรงเรียน ให้มันตรงกันข้ามเลย จะหาวิธีการอย่างไร ก็เลยมาดูที่เรื่องสื่อต่างๆ
เช่นเรื่องของเล่น ให้เขามาเห็นแล้วอยากมาเล่นมาเรียน ก็เลยปรึกษา
กับครูฝน ให้หาของเล่นที่ถูกกับวัยเขา อาจเป็นตุ๊กตา หรือของที่จับได้
ยกได้ เครื่องเล่นรูปสัตว์ต่างๆ ที่เหมาะกับวัยเขา ตอนนี้เด็ก
ชอบกันมากผู้ปกครองมารับก็ไม่ค่อยจะยอมกลับ ...........”

กลวิธีให้ผู้ปกครองมีส่วนรับรู้ถึงการทำงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

“...... ผู้ปกครองเคยบอกว่าอยากจะให้มีรถรับส่ง ผมไปเห็นมาหลายที่พอมีรถรับส่งผู้ปกครองจะไม่รู้เลยว่าโรงเรียนอยู่กันอย่างไร
เช้ามีรถไปรับ เย็นมีรถไปส่ง ผู้ปกครองก็ไม่รู้ว่าครูดูแลลูกอย่างไร โรงเรียนเป็นอย่างไร เด็กอยู่กันอย่างไร ผมเลยว่าไม่อยากให้มีรถ
รับส่ง อยากให้ผู้ปกครองมาดูโรงเรียนของเราด้วยว่าเรามีการพัฒนาอะไรไปบ้าง ไม่งั้นผู้ปกครองก็เหมือนจะปล่อยภาระให้กับโรงเรียน
ให้กับเทศบาล ก็ไม่มีส่วนร่วมกัน ยิ่งนานๆก็จะห่างกันไปเรื่อยๆ เวลาประชุมก็มีผู้ปกครองขอรถรับ ส่ง เหมือนกัน แต่ผมไม่เห็นด้วย .......”

ความคิดเห็นจากตัวแทนผู้ปกครอง

“.......... มองว่าเป็นความอบอุ่นในครอบครัว เป็นการจุดประกายความหวังของผู้ปกครอง เห็นว่าศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนา
ลูกได้ทั้งเรียน ทั้งเล่น จัดกิจกรรมได้ดี จึงคิดว่าน่าจะเปิดเป็นโรงเรียน ไม่เฉพาะแต่ผู้ปกครองเด็กเท่านั้นคนในชุมชนก็เห็นด้วยที่
จะให้เทศบาลเปิดโรงเรียนอนุบาล คนในชุมชนจะทำแบบสอบถามหาความต้องการเรื่องเปิดโรงเรียน .......... เด็กอยู่ที่นี้ดูมีความสุข
ร่าเริง พอใจเท่าที่สังเกตไม่เฉพาะแต่ลูกเท่านั้นที่ดูดีมีความสุขเด็กคนอื่นๆก็เช่นกัน เพราะเวลาตัวเองมารับลูกจะอยู่ที่โรงเรียนเป็นเวลานานๆ จึงมีโอกาสได้เห็น ได้พูดคุย หนูจะคลุกคลีกับที่นี่ค่อนข้างเยอะ ..........”

การมีส่วนร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

“......... ช่วยกิจกรรมทุกอย่างของโรงเรียน เช่น สงกรานต์ วันเด็ก ปีใหม่ กีฬา คือทุกเทศกาลผู้ปกครองจะทำกิจกรรมตลอด
ช่วยในการเล่านิทาน ทำอาหาร โรงเรียนจะมีแผนล่วงหน้า เป็นคณะกรรมการด้วย หนูก็จะบอกกับเพื่อนๆ ผู้ปกครองว่าอยากให้ทุกคน
ได้ร่วมมือกันเวลามีกิจกรรม เรามองว่าสิ่งที่เราให้เป็นเรื่องเล็กน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่ครูให้ โรงเรียนให้กับลูกของเรา เขาให้เราเยอะมาก ดังนั้นถ้ามีกิจกรรมอะไรเราก็จะช่วยอย่างเต็มที่และมันก็เป็นแบบอย่างให้กับลูกเราด้วย เวลาเราทำกิจกรรมอะไร
เราจะเป็นแบบอย่างในการกล้าแสดงออก เช่น การแสดงบนเวที การร้องเพลงบนเวที ลูกก็จะมองดูพ่อแม่ด้วยความชื่นชมเหมือนกับที่เรา
มองดูลูกเวลาเขาแสดงกิจกรรม เราก็จะชักชวนให้ผู้ปกครองที่ไม่ค่อยกล้าให้เข้าร่วมกิจกรรม .........”

หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ครูฝน) ให้ข้อมูลว่า

”.......... พอได้รับนโยบายก็เริ่มวิเคราะห์ปัญหา ก็พบว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้ความเชื่อถือกับการจัดการศึกษาของท้องถิ่น จะมอง
ว่าเป็นในลักษณะกิน เล่น เต้น นอน ต้อนกลับ ตัวเองจะมองการพัฒนาแบบองค์รวม การบริหารจัดการก็จะให้ได้ตามมาตรฐานของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนนี้เราก็จะมีแผนทั้ง ระยะยาว ระยะสั้น และแผนนี้ก็จะต้องสอดคล้องกับพัฒนาการ
ของผู้เรียน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา เราจะจัดกิจกรรมให้รองรับพัฒนาการ
ทุกอย่าง สำหรับด้านที่สามคือ การพัฒาครูเราจะมีการประชุมคุณครูทุกวันจันทร์ ให้ครูมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ พูดคุยถึงปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาใน
แต่ละห้องแต่ละชั้น นอกจากนี้เราก็เน้นการทำงานเป็นเครือข่าย รู้จักใครเราก็จะ
ขอคำแนะนำแลกเปลี่ยนตลอด

ด้านอาคารสถานที่อยากจะทำให้เป็นโรงเรียนรีสอร์ทเพราะว่าอย่างน้อยผู้ปกครองที่เข้ามาก็
จะได้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เด็กก็ให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยการจัดสภาพแวดล้อมก็ให้เอื้อ
ต่อการเรียนรู้ของเด็กเพราะเวลาเราไปเที่ยวรีสอร์ทเราจะรู้สึกผ่อนคลายเราก็เลยอยากจะทำ
อย่างนั้น แต่เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ด้านสุดท้ายคือการมีส่วนร่วมของชุมชน
เราอยากจะทำให้ได้จริงๆ อยากให้ชุมชนหรือผู้ปกครองรู้สึกความเป็นเจ้าของโรงเรียนด้วย รักโรงเรียนด้วย เรามีโครงการเยี่ยมบ้านเด็กด้วย ตั้งเป้าหมาย 100 % มีโครงการสายใยรัก
คือมีสมุดที่ให้คุณครูและผู้ปกครองสื่อสารถึงกันแจ้งข่าวสารพฤติกรรมของลูก
โครงการเด็กไทยรักการออม ฝึกนิสัยให้เด็กรักการออมแล้วพาไปเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน
โดยให้ออมอย่างน้อยวันละ 1 บาท ปฏิทินเชิญผู้ปกครองหรือคนในท้องถิ่นเป็นวิทยากร เป็นที่ศึกษาดูงาน ผู้ปกครองที่เข้ากิจกรรมเราจะมีเกียรติบัติให้ใส่กรอบอย่างดีมอบให้ .............”

ครูฝนเล่าต่อว่า “............ ก่อนสมัครเราจะให้ผู้ปกครองชมสถานที่ก่อนและก่อนเปิดเทอมเราจะมีกิจกรรมซัมเมอร์ก่อน 10 วัน
ครูประจำชั้นจะต้องสร้างความคุ้นเคยกับเด็กก่อน เรามีอาหารเลี้ยง มีนมให้ มีกิจกรรมสร้างความคุ้ยเคยกับเด็ก ตอนแรกก็ให้ผู้ปกครอง
อยู่ด้วย เด็กบางคนก็จะนั่งตักผู้ปกครองก่อนแล้วก็ค่อยๆออกจากตักแม่เล่นกับเพื่อน หยิบจับของเล่น จนสามารถอยู่กับครูได้
กิจกรรมที่จัดให้เด็กในช่วงนี้ก็คล้ายๆกับตอนเปิดเทอม เช่น นิทาน ศิลปะ ของเล่นตามมุม ร้องรำทำเพลง
กิจกรรมอิสระ และผู้ปกครองก็ได้เรียนรู้โรงเรียน เด็กก็ได้เรียนรู้โรงเรียน ซึ่งตรงนี้ได้ประโยชน์มาก ............”

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ

นายกฯกล่าวว่า “....... จริงๆเราทำงานกันเป็นทีม ผมในฐานะนายกก็พร้อมที่จะส่งเสริม ก็คุยกับคุณครูที่รับผิดชอบทางด้านการศึกษา ว่าจะมีแนวทางอย่างไรที่จะให้ผู้ปกครองมามีส่วนร่วมกับโรงเรียนของเรา โดยประยุกต์จากการบริหารจัดการงานของเทศบาล เพราะเทศบาลต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอยู่แล้ว ผู้ปกครองเห็นว่าตรงไหนที่โรงเรียนควรแก้ไข น่าจะเพิ่มเติมอะไร บางทีเราเองก็
็คิดไม่ถึง ผู้ปกครองมาส่งลูกเห็นว่าควรจะเพิ่มอะไร เราก็ยินดี นอกจากผู้ปกครองแล้วเราก็จะมีคณะกรรมการ มีผม มีครู มาช่วยกันคิด
แนวทางการทำงาน สำหรับงานทางการศึกษาผมขอดูแลโดยตรง อย่างช่วงปิดเทอมเราก็จะสอนพิเศษให้กับเด็กในชุมชนทุกคนที่ต้อง
การเรียน เราไม่ได้ขีดกรอบว่าจะต้องเป็นเด็กที่เรียนกับเราเท่านั้น เราเปิดกว้างโดยเชิญวิทยากรซึ่งเป็นครูข้างนอกเข้ามา เช่น ศิลปะ
ภาษาอังกฤษ นาตศิลป์ โดยรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แบ่งเป็นช่วงอายุ แต่เราก็สามารถรับได้จำนวนจำกัดคือ 80 คน
แต่สมัครเข้ามา 150 คน …….”

อนาคตของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะเป็นอย่างไร

นายกฯทิ้งท้ายว่า “........ ศูนย์เราก็จะทำให้ดีที่สุด ให้ประชาชนพึงพอใจกับบุตรหลานที่มาอยู่กับเรา ในส่วนของกิจกรรมเราก็จะให้
้สอดคล้องกับหลักสูตร บางครั้งก็จะมีข้อมูลของท้องถิ่นเข้ามาเสริมให้เขารู้ ประวัติ วิถีชีวิตของท้องถิ่น พาศึกษานอกสถานที่
เช่น วัด โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ........... ”

วิเคราะห์ความสำเร็จของโครงการ“โรงเรียนในชุมชน ชุมชนในโรงเรียน”

ผู้ริหารให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กตลอดนับตั้งแต่เข้ามาบริหารเทศบาล โดยรับดูแลงานด้านการศึกษาด้วยตนเอง เริ่มปรับปรุงอาคาร สถานที่ ตกแต่งให้ดูสวยงาม
น่าอยู่น่าอาศัย ทำให้เด็กอยากมาโรงเรียน ส่งครูผู้ดูแลเด็กไปรับการฝึกอบรมให้มีความรู้ในการ
ดูแลเด็ก ด้านงบประมาณ ท้องถิ่นมีงบประมาณเป็นของตนเองเมื่อผู้บริหารเห็นความสำคัญก็ ็สามารถอนุมัติเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็วทันใจชาวบ้าน ต่างกับอดีตที่การศึกษาต้องรองบประมาณ
จากส่วนกลางซึ่งแม้ว่าผู้บริหารจะเห็นความสำคัญของโครงการแต่ก็ไม่มีเงินที่จะอนุมัติ
ให้ดำเนินการหรือหากมีก็จะต้องใช่จ่ายอย่างประหยัด จึงไม่ค่อยเห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้
นายกฯยังรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครองและชาวบ้านในการปรับปรุงพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก จึงทำให้ผู้ปกครองมีความพึงพอใจอยากให้
้บุตรหลานได้เข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ จะเห็นได้จากจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนต้องขยายการเรียนการสอนเป็นชั้น ป. 1
และจะขยายชั้นเรียนต่อไปอีกโดยจะใช้อาคารเก่าของเทศบาล ทั้งนี้ก็เป็นไปตามคำเรียกร้องของผู้ปกครองและของคนในชุมชน ซึ่งก็เป็นไปตามระบบการปกครองของท้องถิ่นที่ดีเพราะเสียงของชาวบ้านคือเสียงสวรรค์ที่ผู้บริหารที่ดีจำเป็นต้องรับฟัง

หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยตำแหน่่งคือนักวิชาการศึกษาของเทศบาล การทำงานที่ทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่จากการบอกเล่าที่ว่ากลับบ้านเย็นทุกวันและกลับเป็นคนสุดท้ายโดยจะดูแลความเรียบร้อยที่ศูนย์ฯก่อน
แล้วถึงจะกลับบ้าน กอปรกับไม่มีบุตร จึงมีเวลาให้กับเด็กๆที่ศูนย์ฯอย่างมาก และด้วยบุคลิกที่เป็นมิตรจึงทำให้เป็นที่รู้จักคุ้นเคยกับผู้ปกครอง และคนในชุมชนเป็นอย่างดี เมื่อมีงานก็จะได้รับความร่วมมือ โดยจากการยืนยันของผู้ปกครองที่บอกว่า
“......... เต็มใจให้ความร่วมมือกับทางศูนย์ฯทุกอย่างเพราะเขาดูแลลูกเราอย่างดี แล้วทำไมเราจะสละเวลาเพื่อศูนย์ฯไม่ได้ .......” นอกจากนี้การคัดเลือกครูผู้ดูแลเด็กเข้าทำงานในศูนย์เด็กเล็ก หัวหน้าศูนย์ฯจะให้ฝึกงานก่อน อยู่กับเด็กก่อนว่าจะชอบงานนี้หรือไม่
่ ถ้าชอบถ้ารักที่จะอยู่กับเด็ก ก็จะทำงานด้วยความสุข สุขทั้งเด็กสุขทั้งครู แต่ถ้าไม่ชอบไม่รักที่จะทำงานด้านนี้เมื่อฝึกงานไปสักระยะหนึ่ง
ก็จะขอออกไปเอง วิธีนี้ทำให้ได้ครูผู้ดูแลเด็กที่มีคุณภาพเข้ามาทำงาน

ผู้ปกครองและคนในชุมชน มีส่วนร่วมอย่างมาก เมื่อศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีกิจกรรม ขอความร่วมมือ ผู้ปกครองจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
เช่น งานปีใหม่ของศูนย์ฯ กิจกรรมบนเวที่มิได้จะมีเพียงกิจกรรมของเด็กๆเท่านั้น ผู้ปกครองและคุณครูก็จะต้องมีกิจกรรมบนเวทีให้ลูกๆได้
ดูได้ชมด้วยเช่นกัน โดยผู้ปกครองท่านหนึ่งบอกเล่าด้วยความภูมิใจว่า ดีใจมากที่เห็นลูกมองแม่ที่แสดงบนเวทีด้วยสายตาที่ชื่นชม และก็เห็นว่าผู้ปกครองทุกคนมีความสนุกสนานในการเข้าร่วมกิจกรรม เป็นสิ่งที่ดีมาก

สัมพันธภาพที่ดีระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกับผู้ปกครองกับคนในชุมชนนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากตัวหัวหน้าศูนย์ฯ (ครูฝน)ซึ่งมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีการติดต่อสื่อสารกับชุมชนตลอด ทั้งการประชุมผู้ปกครอง คณะกรรมการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก เอกสารสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน เช่นกีฬาสามัคคี กิจกรรมวันเด็ก กิจกรรมวันพ่อ -แม่ เป็นต้น นอกจากนี้ตัวนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทองผาภูมิเองก็ได้รับการยอมรับจากชุมชนเห็นได้จากการที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถึงสองสมัย ดังนั้นความมือที่ดีย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งจากการศึกษาของ ภัทธิยา สุวรรณบูรณ์ . 2537 . ถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วม
ของผู้ปกครองและคณะกรรมการพัฒนาเด็กในกิจกรรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในจังหวัดกำแพงเพชร พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง คือ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น ความรู้ความเข้าใจในวัตถุประสงค์การดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และการติดต่อกับเจ้าหน้าที่

สรุป

เมื่อผู้บริหารมีความตั้งใจ เห็นความสำคัญของการศึกษาและปฏิบัติ ตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชนและหน่วยงานต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ผู้บริหารรู้จักคัดเลือกคนเข้าทำงาน และมีงบประมาณสนับสนุนอย่างดี ก็ทำให้การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กมีความเจริญอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมที่จะเป็น “โรงเรียนในชุมชน ชุมชนในโรงเรียน”

เอกสารอ้างอิง
ภัทธิยา สุวรรณบูรณ์ . ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและคณะกรรมการพัฒนาเด็กใน กิจกรรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในจังหวัดกำแพงเพชร . 2537 .
การส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,กรม.คู่มือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล.ไม่ระบุ
สถานที่และปีที่พิมพ์

สื่ออิเลกทรอนิกส์
http://www.tpm.go.th/data.htm http://www.212cafe.com