Untitled Document

เนื่องด้วยเครื่อง Server นี้ได้มีการให้บริการข้อมูลมาอย่างยาวนาน และมีเทคโนโลยีด้าน Software ที่เก่าและไม่ปลอดภัย ทั้งนี้จึงมีความจำเป็นต้องปิดตัวลงในวันที่ 30 กันยายน 2560

ระบบส่งข้อมูลผ่าน Web
ลืม Password
- - ชื่อสถานบริการ -
  1. แนวคิดใหม่ในการจัดทำระบบข้อมูล
  2. ระบบรักษาความปลอดภัย
  3. มีอะไรในโปรแกรม Labour

มีอะไรในโปรแกรม Labour
      ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแม่และเด็กไทยนั้น  จะำทำการเก็บข้อมูลที่ห้องคลอด   โดยให้ห้องคลอดเก็บข้อมูลในส่วนของห้องคลอด ได้แก่ Asphyxia , Low birth Weigh ,Mode of Delivery , สถานะของการคลอดว่าเป็น Lived Birth หรือ still Birth และสถานะของมารดา รวมถึงการดูย้อนกลับไปดูข้อมูลในช่วงฝากครรภ์  ถ้า ANC ทำการบันทึกข้อมูล ห้องคลอดก็ไม่ต้องทำการบันทึก ถ้า ANC ไม่ได้ทำการบันทึกข้อมูลห้องคลอดก็ต้องทำการบันทึก  และโรงพยาบาลที่จะทำการบันทึกในส่วนของ Labour คือโรงพยาบาลทำคลอด และการคลอดเสร็จสิ้นที่โรงพยาบาลอย่างสมบูรณ์ (เด็กคลอด)  นอกจากนี้ในรายที่แท้งมาก็ให้ลงข้อมูลด้วย โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับห้องคลอด  ประกอบด้วย
  1. ประมวลผลที่เกี่ยวกับห้องคลอดโดยตรง ได้แก่
    1. ร้อยละของการ LBW ,  อัตรา Asphyxia ต่อ 1000 LB
    2. ร้อยละของการคลอดด้วยวิธีต่างๆ (Mode of Delivery) และสถานะการคลอด
    3. ข้อมูลเกี่ยวกับ Abortion และประเภทของ Abortion
    4. ข้อมูลเกี่ยวกับ Complication ในระยะคลอด
  2. ข้อมูลที่ ห้องคลอดบันทึก จะเชื่อมต่อกับข้อมูลของเด็ก  เพื่อดูเกี่ยวกับเรื่อง TSH ในเด็กแรกเกิด  , Exclusive Breast Feeding และพัฒนาการเด็ก ต่อไป
  3. ข้อมูลที่เก็บด้วยสื่อ Digital นั้น จะนำไปใช้ในทำการศึกษาวิจัยในเชิงลึกต่อไป
แนวคิดในการจัดทำระบบข้อมูล
รูปที่ 1.สถานการณ์ที่เป็นอยู่จริง
รูปที่ 2 ภาพฝันที่อยากให้เป็น
 
Data Collect
Processing
Understand
Judgement
ส่วนกลาง
**
ศูนย์เขต
**
สสจ/สสอ
**
รพ/สอ
**
 
Data Collect
Processing
Understand
Judgement
ส่วนกลาง
**
ศูนย์เขต
**
**
สสจ/สสอ
**
**
**
รพ/สอ
**
**
**
**
      ประสบการณ์ทำงานสาธารณสุขมามากกว่า 20 ปี  เราจะเห็นระบบข้อมูลจะเป็นแบบรูปที่ 1. คือ ร.พ. / สอ. มีหน้าที่เก็บข้อมูล(Data Collect) แล้วส่งต่อไปยัง สสอ./สสจ. เพื่อทำการประมวลผล (Processing) ให้เป็นข้อมูลข่าวสาร (Information) ซึ่งบางที่ สสอ./สสจ.ก็ไม่ประมวลผล แล้วส่งต่อไปยังศูนย์เขต เพื่อให้ศูนย์เขตนำข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นมาสร้างความเข้าใจในบริบทที่เกี่ยวข้องให้เกิดความรู้ (Knowledge) เพื่อให้ส่วนกลางคือระดับกรม/กระทรวงใช้ความรู้เหล่านั้นเพื่อการตัดสินใจ (Judgement)   โดย ร.พ./สอ. ก็มีหน้าที่ผู้เก็บรวบรวมขอมูลหรือ Data Collectors เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถที่สร้างความรู้เพื่อการตัดสินใจในการบริการ เพื่อพัฒนาให้งานบริการเกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (ที่พูดมาทั้งหมด เป็นภาพรวม ถ้า ร.พ./สอ.ใด ไม่เป็นดังที่กล่าว ผู้เขียนต้องขออภัยด้วย)
     จากปัญหาดังกล่าว จึงฝันว่า น่าจะมีเครื่องมือในการนำข้อมูล (Data) มาประมวลผลให้ได้ Information  แล้วสร้าง Information ให้เป็น Knowledge จนสามารถที่จะสามารถตัดสินใจได้ในระดับหน้างาน ไม่ว่าจะเป็น รพ./สอ.  หรือ สสจ. หรือศูนย์เขต  ตามขอบเขตที่ตนรับผิดชอบ คือ  รพ./สอ. ก็ตัดสินใจในระดับสถานบริการ  สสอ/สสจ. ตัดสินใจในระดับอำเภอหรือจังหวัด  และศูนย์เขตตัดสินในระดับเขต เป็นต้น
ระบบในการรักษาความปลอดภัย
      โปรแกรมเมอร์ของศูนย์อนามัยที่ 4 ได้ตระหนักถึงการรักษาความลับของข้อมูล โดยทำการป้องกัน ดังต่อไปนี้
  1. ระบบป้องกันความปลอดภัยของ Server ที่ป้องกันผู้ไม่มีรหัสผ่านเข้าสู่ข้อมูลถึง 2 ด่านคือ  ด่านแรกคือระบบรักษาความปลอดภัยของ Windows 2003 Server   และด่านที่ 2 คือระบบรักษาความปลอดภัยของ Database Server ของ MySQL.
  2. แตกเป็นหลาย Table โดย Table ที่เก็บชื่อจะแยกจาก Table ที่เก็บข้อมูล ทำให้ไม่รู้ว่า Table ที่เก็บขื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับอะไร
  3. เลขที่บัตรประชาชนที่เป็นเลข 13 หลักนั้น เก็บแบบ Password ทำให้ไม่รู้ว่าหมายเลข 13 หลักนั้นคือหมายเลขใด แม้แต่ Programer ก็ไม่ทราบด้วยเช่นกัน เพราะไม่สามารถ Decode  Password ของ MySQL ได้
  4. ทำการตั้งชื่อ Table โดยไม่ได้สื่อว่าเป็น Table ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับอะไร
  5. นอกจากเลขที่บัตรประชาชน (เลข 13 หลัก) จะเก็บแบบ Password แล้ว ยัง Encode ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ตำบล ทำให้อ่านไม่ออกว่าชื่อ นามสกุลอะไร  ที่อยู่ อยู่ที่ไหน  ซึ่งทาง Programer เองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะ Decode ไม่ได้  จะ decode ได้เฉพาะสถานบริการที่ทำการ Key ข้อมูลเท่านั้น   ซึ่งทาง Programers ของศูนย์อนามัยที่ 4 ค่อนข้างเชื่อมั่นว่า  ความลับของผู้ป่วยถ้ามีการรั่วไหล  ไม่น่าจะรั่วไหลในระดับ Server
  6. เปิดโอกาสให้แต่ละโรงพยาบาลไปกำหนดชื่อ lab และโรคที่ต้องการปกปิดนั้นคืออะไรเพื่อป้องกันในชั้นสุดท้่าย เช่น Lab H ,Lab H1 ,Lab V   หรือโรค H โรค A  โรค B เป็นต้น
วิธีการบันทึกข้อมูล ผ่าน Web
  1. ศูนย์อนามัยที่ 4 จะมอบเอกสาร(ลับ)ให้กับ สสจ.ของแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นรหัสของสถานบริการ และ Pass word ที่จะเข้าสู่ระบบ โดยแต่ละสถานบริการจะได้้ Password ของ Users และของ Admin  ทางสถานบริการสามารถที่จะเปลี่ยน Password ได้ในตอนหลังทั้ง Password ของ Users และของ Admin   ซึ่งถ้าเกิดลืม Password ของ Users ให้ Admin ทำการเปลี่ยน Password ของ Users แต่ถ้าลืม Password ของ Admin ให้ทำการติดต่อศูนย์อนามัยที่ 4 อีกครั้ง เพื่อให้ Password ใหม่
  2. กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มบน Web ถ้าใส่เลข 13 หลักแล้ว  โปรแกรมแจ้งว่ามีข้อมูลในฐานข้อมูลแล้ว  และโปรแกรมจะแจ้งหน่วยบริการที่ Key ข้อมูลก่อนหน้านั้น   ท่านก็ไม่ต้อง Key ข้อมูลต่อ  ยกเว้นโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลทั่วไป  และโรงพยาบาลชุมชน ที่สามารถให้การวินิจฉัย และ Staging หรือให้การรักษา  สามารถเข้าถึงข้อมูล เพิ่มเพิ่มเติมในส่วนของข้อมูลที่เติมไม่ครบถ้วนในระดับของสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลชุมชน