Untitled Document
การปรับเปลี่ยนภารกิจและโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข
ความเป็นมา
    กพร.สำนักนายกฯ ให้ส่วนราชการส่งแผนการปรับเปลี่ยนภารกิจและโครงสร้างของกระทรวงต่างๆ  ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2554   แต่สามารถเลื่อนได้ แต่ต้องให้ทันรัฐบาลใหม่  ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้น  โดยมีรองปลัดกระทรวง น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์เป็นประธาน กรรมการมาจาก ผู้ตรวจ , CCO ของทุกกรมฯ  เพื่อมาร่วมกันจัดทำแผน  โดยขั้นตอนในการดำเนินการมีดังนี้
  1. ประชุมคณะทำงานที่ สป. โดยแบ่งเป็น 4 ระบบได้แก่ 
    • ระบบการส่งเสริมสุขภาพ มอบกรอมนามัยเป็นเจ้าภาพ
    • ระบบการป้องกัน/ควบคุมโรค  มอบกรมควบคุมโรคเป็นเจ้าภาพ
    • ระบบการบริการ มอบ สป.เป็นเจ้าภาพ
    • ระบบคุ้มครองผู้บริโภค มอบ อ.ย.เป็นเจ้าภาพ
  2. ให้แต่ละกรมฯ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในแต่ละระบบ  ระบบละ 2 คน (ยกเว้นเจ้าภาพระบบ สามารถแต่งตั้งได้  4 คน) เพื่อร่วมกันทำแผนร่วมกับเจ้าภาพระบบ ในการทำรายละเอียดของแต่ละระบบเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ (ร่างที่ 1)
  3. ทำ Work shop   นำเสนอทั้ง 4 ระบบ แล้วให้ที่ประชุมวิพากษ์ เพื่อปรับปรุงร่างที่ 1   และยกร่างที่ 2 ซึ่งถือเป็นข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขในการปรับเปลี่ยนภารกิจและโครงสร้าง หรือ Inside out ในวันที่ 14-15 มิ.ย.54
  4. สวรส.ทำ Workshop เพื่อนำผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขมานำเสนอ มุมมองของผู้เกี่ยวข้องนอก กสธ.ต่อการปรับเปลี่ยนบทบาทภารกิจ/โครงส้าง (Outside in) ในวันที่ 25-26 มิ.ย.54
  5. ต้นเดือน กรกฎาคม 2554 จะนัดกรรมการมาประชุม เพื่อนำ Input จากที่ประชุม Outside in มาร่วมพิจารณาด้วย  เพื่อปรับปรุงร่างที่ 2 (ถ้ามีความจำเป็น)  เพื่อยกร่างที่ 3 
  6. เสนอข้อเสนอในการปรับเปลี่ยนภารกิจและโครงสร้าง (ร่างที่ 3) เพื่อให้ผู้บริหารกระทรวงเห็นชอบ ประมาณปลายกรกฎาคม หรือต้นสิงหาคม 2554 
  7. ส่งข้อเสนอที่ผ่านความเห็นชอบของผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขให้ กพร.ปลายเดือน สิงหาคม 2554

กรมอนามัยทำอะไรบ้าง
  1. กรมอนามัยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพในการยกร่าง ระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม
  2. รองอธิบดี ประดิษฐ์ วินิจจะกูล เป็นประธาน และมีคณะทำงาน ทั้งจากส่วนกลาง และศูนย์เขตทำการยกร่าง นำเสนอที่ประชุมของคณะทำงานของกระทรวง หลังจากคณะทำงานเห็นชอบใน conceptua frame work แล้วก็ไปปรับปรุงในที่ประชุม work shop วันที่ 14-15 มิ.ย.54 (ร่างที่ 2) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังข้อเสนอจากที่ประชุมวันที่ 25-26 มิ.ย.54
  3. วางแผนสื่อสารให้แก่บุคลากรของกรมอนามัย ทุกระดับ โดย
    • ในเบื้องต้น ทำ Web site เพื่อการสื่อสาร  โดยจะเอาเอกสารอ้างอิงที่ได้ review Literature มาสรุป หรือรวบรวมเพื่อให้สะดวกต่อการค้นหาหรืออ้างอิง  และนำข้อมูล/เอกสาร / Power point จากการประชุมมาให้ download ไปศึกษา
    • จัดประชุมชี้แจง หรืออาจจะเป็น workshop โดยจะเิริ่มจาก Key man ที่เป็น change agent จำนวน 3 คนต่อกอง/สำนัก/ศูนย์ ก่อน จากนั้นจะทำการขยายจำนวนจนถึงจำนวนที่จะมีพลังที่จะก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือที่เรียกว่า Critical mass
  4. วางแผนในการเตรียมการรองรับบทบาท/ภารกิจใหม่ (คิดว่าโครงสร้างของกรม/ศูนย์เขต ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่งานใหญ่ที่ต้องทำ คือการเปลี่ยนมโนทัศน์ การเปลี่ยนวิธีการทำงาน และการ building capacity ทั้งระบบและบุคลากร เพื่อรองรับภารกิจที่มีการปรับเปลี่ยน)

สรุป สาระจากการประชุม 14-15 มิ.ย.54 (เฉพาะระบบส่งเสริมสุขภาพ)
ประเด็นที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
  1. Globalization , Urbanization , Aging Society , Climate Change  ส่งผลต่อ Health Determinant แล้วมากระทบต่อ Health  ปัจจุบันมี Burden ของ NCD 5 โรค โดย Aging Society จะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ NCD แย่ลง  ผลของ Climate change ส่งผลต่อ Emerging & Re Emerging of Disease รวมถึง diaster  สถานการณ์ดังกล่าวเกินกว่าระบบ สธ.จะปรับตัวได้ทัน  จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ด้านกระบวนทัศน์ ให้มาเน้นที่สร้างนำซ่อมที่เป็นรูปธรรม  สัดส่วนงบประมาณมาใช้เพื่อการส่งเสริมสป้องกันมากขึ้น และต้องปรับระบบการบริหารจัดการ เพื่ออุดจุดอ่อนระหว่าง ส่วนกลางกับส่วนภูิมิภาค และท้องถิ่น
  2. ตั้งแต่ปี 2545 ที่มี สปสช. ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น เป็นโครงการที่ได้รับการยอมรับทั้งจากประชาชนและนักวิชาการ รวมถึงต่างประเทศ ว่าเป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จ  แต่ก็ส่งบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการส่งเสริม ป้องกัน ที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ Public Health
  3. Actors ที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขนั้น เมื่อก่อนมีแต่ กสธ. แต่ปัจจุบันมีมากมาย เช่นองค์กร ส.ต่่างๆ (สปสช./สสส/สช./สวรส) จำเป็นต้องมี 1.ผู้ที่ conduct ในภาพรวมในระดับประเทศ 2.บูรณาการในระดับพื้นที่ (เขต)
  4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทมากขึ้นทั้ง Financial Power และอาจเป็นได้ถึง Providers