Untitled Document
กลับหน้าเดิม
บทบาทของหน่วยงาน/องค์กร ในการดำเนินงานองค์กรไรพุง
บทบาทของหน่วยงาน/องค์กร
  1. การสร้างกระแสให้องค์กรตื่นตัวและเห็นความสำคัญ ซึ่งกิจกรรมสร้างกระแสได้แก่ การทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะเป็นเครือข่ายองค์กรไร้พุง
  2. การกำหนดนโยบายหรือข้อตกลงในองค์กรที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพ  ซึ่งนโยบายนั้นถ้าเป็นหน่วยงาน/องค์กร  ก็เป็นนโยบายที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดสุขภาพดีของบุคลากร  เช่น การกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพประจำปี  การออกระเบียบให้บุคลากรขององค์กรออกกำลังกายเวลา 16.00-16.30 ของทุกวันราชการ  กำหนดทุกพื้นที่ของหน่วยงานเป็นเขตปลอด เหล้า บุหรี่ น้ำอัดลม  หรือกำหนดให้เสริฟอาหารว่างด้วยน้ำเปล่า และผลไม้ เป็นต้น สำหรับองค์กรที่เป็นเทศบาลหรือ อบต.ยังสามารถกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่มีสุขภาพดี หรือปลอดภัยจากอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่างๆ เช่น นโยบายส่งเสริมการออกกำลังกาย  หรือทำเกษตรปลอดสารพิษเป็นต้น
  3. การสร้างสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อสุขภาพ  ส่วนนี้คือส่วนที่เกิดตามหลังนโยบายหรือข้อตกลงที่เอื้อต่อสุขภาพ  เช่น การสร้างที่ออกกำลังกาย  การมีพร้อมของอุปกรณ์การออกกำลังกาย  การมีแปลงผักปลอดสารพิษ  การกำหนดเขตพื้นที่ปลอดบุหรี่ และจัดพื้นที่สูบบุหรี่อยากเป็นสัดส่วน  การใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ลื่นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ เป็นต้น
  4. การสร้างให้ระดับบุคคลเห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่  การประชาัสัมพันธ์  การให้ความรู้ด้วยรูปแบบต่างๆ ได้แก่แผ่นป้าย วิดีทัศน์ หรือการเชิญวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ และการตรวจคัดกรองต่างๆ   ซึ่งสามารถจำแนกผู้ที่ได้รับการตรวจ ออกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเป็นโรค
  5. การมีแนวปฏิบัติสำหรับ กลุ่มต่างๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเป็นโรค   ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ กว่ากลุ่มปกติ
  6. การประสานเครือข่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของชุมชนได้แก่ผู้นำหมู่บ้าน อสม. และส่วนราชการ ได้แก่ โรงเรียน  สถานบริการสาธารณสุข  เช่นโรงพยาบาล หรือสถานีอนามัย  เพื่อให้มาเป็นพี่เลี้ยง หรือมาให้คำแนะนำหรือมาเป็นวิทยากร  หรือมาทำการตรวจคัดกรองเพื่อหากลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเป็นโรค  หรือมาร่วมจัดทำคอร์สเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  การประสานเครือข่ายเป็นประเด็นที่สำคัญ  เนื่องจากการดูแลบุคลากรและประชาชนในเขตพื้นที่ที่ดูแลนั้น  องค์กรไม่สามารถดำเนินการได้ตามลำพัง  จำเป็นต้องทำร่วมกันทั้งเครือข่าย
บทบาทของสถานบริการสาธารณสุข
  1. การดำเนินการในคลินิกส่งเสริมสุขภาพ  โรงพยาบาลไม่ได้มีหน้าที่ที่จะให้การรักษาอย่างเดียว แต่มีบริการเพื่อจัดไว้สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี และกลุ่มเสี่ยง  โดยเรียกรวมๆสำหรับคลินิกส่วนนี้ว่า คลินิกส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่ คลินิกสุขภาพเด็กดี  คลินิกวัยรุ่น (Friend corner) คลินิกตรวจสุขภาพประจำปี  คลินิกวัยทอง และคลินิกผู้สูงอายุ  โดยเป้าหมายหลักของคลินิกคือ การค้นหาภาวะเสี่ยง และทำให้ผู้มารับการตรวจสุขภาพสามารถที่จะจัดการภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพด้วยตนเอง  รวมถึงการคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น เพราะผลการรักษาในระยะแรกๆจะดีกว่าปล่อยให้โรคลุกลาม ถ้าพบจะได้ส่งต่อคลินิกตรวจโรคเพื่อดำเนินการต่อไป
  2. คลินิกตรวจโรค ที่ให้การบริการแบบบูรณาการไม่ใช่เพียงแต่ให้การรักษา แต่เน้นในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพในผู้ป่วย เพื่อให้ผลการรักษาดีขึ้น ไม่เกิดผลแทรกซ้อนที่จะตามมา เช่น มาเน้นเรื่องโภชนาการหรือการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันผิดปกติเป็นต้น
  3. การพัฒนาการบริการให้ได้มาตรฐาน  ซึ่งในคลิินิกที่จะมาจัดการในกลุ่มอาการทางเมตะบอลิกหรือโรคอ้วนลงพุง คือให้บริการตามมาตรฐา DPAC (Diet Physical Activity Clinic) คือเน้นในเรื่องการโภชนาการและการออกกำลังกาย ถ้าวิเคราะห์โรคไม่ติดต่อ ไม่ว่า โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดผิดปกติ  โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้เกิดอัมพาต อัมพฤกษ์ รวมถึงมะเร็งบางชนิด เ่ช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว  มีต้นเหตุจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง และการไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย  ซึ่งวัตถุประสงค์ของคลินิกนี้เพื่อที่จะมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือวิถีชีวิต (Life Style) ให้มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ถูกต้องทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ  และเกิดพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยถ้าเป็นกลุ่มคนปกติ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะเป็นแบบหนึ่ง  สำหรับกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเป็นโรคแล้ว  เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคของหลอดเลือดไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดหัวใจหรือสมอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาที่ต้องทำควบคู่กับยา  และการปรับเปลี่ยนต้องอยู่ในระดับที่จะมีผลต่อการรักษา  ซึ่งในทางการแพทย์รู้จักกันในชื่อเฉพาะว่า TLC หรือ Therapeutic Life Style Change
  4. การพัฒนาระบบสนับสนุนในโรงพยาบาล  เพื่อเป็นจุดรับส่งต่อจากองค์กรไร้พุง และชุมชน  เนื่องจากผู้ที่มีรอบเอวเกินนั้น มักจะสัมพันธ์กับโรคต่างๆ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะไขมันผิดปกติ  ซึ่งส่วนนี้องค์กรหรือชุมชนไม่สามารถที่จะให้การดูแลได้  จำเป็นต้องส่งต่อมาที่โรงพยาบาลเพื่อให้มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรักษาโรคเรื้อรังเหล่านี้ด้วย  นอกจากนี้ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง  แพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นบุคคลที่ผู้ป่วยให้ความเกรงใจ  การมารับการตรวจติดตามจากโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยเป็นระยะๆอย่างสม่ำเสมอ  จะทำให้การควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้อย่างได้ผล
สรุป
          ในอดีตจนถึงปัจจุบัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นเน้นหนักในผู้ป่วย  และผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสถานบริการสามาธารณสุข ยังไม่มีคลินิก DPAC รองรับ  และการมารับบริการในโรงพยาบาลในช่วงเวลาที่สั้นมาก หลังจากกลับจากโรงพยาบาลก็จะไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมที่บ้าน หรือที่ทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการปรับปรุงสุขภาพ  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร  แต่ถ้าในอนาคตถ้าเราพัฒนาให้ สถานที่ทำงานทุกแห่งเป็นองค์กรไร้พุง  อบจ. เทศบาล และ อบต. ทุกแห่งเป็นองค์กรไร้พุง  ซึ่งมีแนวคิดในการพัฒนาเรื่องสุขภาพ  ก็จะออกนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพ เพื่อพัฒนาเมืองหรือชุมชนที่รับผิดชอบให้เป็นเมืองน่าอยู่ชุมชนน่าอยู่   ประชาชนในเมืองหรือชุมชนก็จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ได้รับข่าวสารที่จะมีผลต่อการพัฒนาสุขภาพ  เมื่อไม่ว่าจะไปที่ไหน เช่น โรงพยาบาล หรือไปทำงานในที่ทำงาน หรือกลับไปที่บ้านซึ่งอยู่ในเมืองหรือชุมชน ล้วนเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพแล้ว  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะเกิดขึ้นอย่างถาวรจนกลายเป็นวิถีชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาพ  ซึ่งคือเป้าหมายหลักของการดำเนินการองค์กรไร้พุง