Untitled Document
มุ่งมั่นสู่การเป็น Health Model
Link Manual
     วัฒนธรรมองค์กรของกรมอนามัย คือ HEALTH  โดย H ตัวแรกของวัฒนธรรมองค์กรคือ Health Model   ในด้านหลักการไม่มีใครปฏิิสธการมีสุขภาพดี    แต่การจะไปถึง Health Model ได้ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย  เพราะต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทุกท่าน  รวมถึงองค์กรต้องให้การสนับสนุน  โดยเฉพาะการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้พวกเราไปสู่ Health Model     เนื่องจากกรมอนามัยมีโครงการซึ่งหวังให้หน่วยงานของกรมอนามัยเป็นองค์กรไร้พุง  เพราะเราต้องเป็นองค์กรไร้พุงก่อน ที่จะไปชวนคนอื่นเป็นองค์กรไร้พุง  และประสบการณ์จากการดำเนินโครงการองค์กรไร้พุงที่พวกเราทำกัน จะถูกถอดบทเรียนออกมาเป็น Knowledge Asset เพื่อที่จะนำไปสู่การขยายผลให้กับหน่วยงานอื่นๆ
พร้อมที่จะแข่งลดน้ำหนักและรอบเอวกับหน่วยงานอื่นมากน้อยเพียงไร
       ก่อนอื่นต้องบอกว่าเห็นด้วยกับโครงการควบคุมน้ำหนักตัวและลดรอบเอว เพราะเป็นการสร้างสีสรร  และดีกว่าอยู่เฉยๆ เพราะการควบคุมน้ำหนักเป็นเรื่องยาก ต้องใช้หลายๆวิธีถึงจะสำเร็จ แต่ถ้าอยู่เฉยๆ ขอความร่วมมือกันโดยไม่มีกิจกรรมอะไรหวือหวา คงยากที่จะสำเร็จ  โดยพร้อมจะแข่งภายใต้หลักการ ดังนี้
  1. แข่งบนพื้นฐานของความจริงที่ไม่ปรุงแต่ง
  2. แข่งบนพื้นฐานของความรู้ คือ ไม่ใช่ให้ทุกคนลดน้ำหนักอย่างเดียว  แต่จะลดน้ำหนักในคนที่มีข้อบ่งชี้ว่าควรลด  จะรักษาน้ำหนักตัวในคนที่ไม่มีข้อบ่งชี้ในการลดน้ำหนัก  ในทางตรงกันข้าม คนผอมควรจะเพิ่มน้ำหนักให้จน BMI >18.5 kg/m2 และจะเตือนในรายที่ลดน้ำหนักจนเกินอัตราที่กำหนด (ดูหมายเหต *)
  3. แข่งบนพื้นฐานที่จะไม่สร้างผลแทรกซ้อนให้กับบุคลากรในภายหลัง   เช่นการลดน้ำหนักที่ผิดวิธีจนน้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนก่อนลด หรือการเสีย FFM (Fat Free Mass) จากการลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารอย่างเดียว โดยไม่ใช้การออกกำลังกายร่วมด้วย
  4. แข่งบนพื้นฐานของความยั่งยืน (Sustainable) โดยวัดความสำเร็จที่การลดน้ำหนักสำเร็จในระยะยาว (2ปี)   คือ ร้อยละของผู้ที่ลดน้ำหนักลงได้ตามเกณฑ์ และรักษาระดับน้ำหนักที่ลดลงได้โดยน้ำหนักเพิ่มไม่เกิน 3 กิโลกรัม ใน 2 ปี
ใครสมควรเพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เิ่พิ่มขึ้น
  1. ผู้ที่ BMI < 18.5 kg/m2  กลุ่มนี้ไม่ควรลดน้ำหนัก และอยากให้เพิ่มน้ำหนักให้ BMI > 18.5 ด้วย เพราะ BMI ต่ำแสดงถึงภาวะทุโภชนาการ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกบาง/พรุน มากกว่ากลุ่มน้ำหนักตัวปกติ
  2. ผู้ที่มี BMI อยู่ในช่วง 18.5 - 22.9 kg/m2  กลุ่มนี้ควรรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่   หรือถ้าจะลดก็ควรลดมาที่ ideal weight (ดูหมายเหต ***)
ใครสมควรลดน้ำหนัก *   (Modified จาก NHLBI โดยปรับ Overweigh & Obesity และเส้นรอบเอวโดยใช้ของชาวเอเชียแทน)
  1. ผู้ที่เป็นโรคอ้วน (ผู้ที่มี BMI >= 27.5 kg/m2 ตามเกณฑ์ BMI ของชาวเอเชีย)  หรือ
  2. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (BMIอยู่ในช่วง 23-27.4 kg/m2)  ร่วมกับความเสี่ยง > = 2 ข้อ (ดูหมายเหต **)  หรือ
  3. ผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ (ชาย >= 90 ซ.ม.หรือ หญิง >= 80 ซ.ม.) ร่วมกับความเสี่ยง >= 2 ข้อ (ดูหมายเหต **)  หรือ
  4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ เป็นเบาหวาน  โรคหัวใจหรือหลอดเลือด ข้อเข่าเสื่อม แม้น้ำหนักตัวจะไม่เกิน ก็สามารถลดน้ำหนักให้ลงมาสู่ Ideal Weight ได้ (ดูหมายเหต ***)
หมายเหตุ
* การลดน้ำหนักในที่นี้ คือการลดน้ำหนักตัวให้ลดลงตามเกณฑ์ คือ ลดน้ำหนัก 10 % ของน้ำหนักเริ่มต้นใน 6-12 เดือน
**  ความเสี่ยงในที่นี้คืือความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (ATP Major Risks) ได้แก่
  1. ปัจจัยทางด้านอายุมาก คืออายุ >= 45 ปีในชาย หรือ >= 55 ปีในหญิง
  2. ประวัติญาติสายตรง (พ่อ หรือแม่ หรือพี่น้องท้องเดียวกัน) เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร คือ ญาติชายเป็นก่อน 55 ปี และญาติผู้หญิงเป็นก่อน 65 ปี)
  3. สูบบุหรี้
  4. ความดันโลหิตสูง (BP >= 140/90)
  5. ไขมันไม่ดีสูง (Triglyceride >=150 md/dl หรือ LDL >= 130 md/dl)
  6. ไขมันดีต่ำ (HDL < 40 mg/dl ในชาย หรือ HDL < 50 md/dl ในหญิง)
*** Ideal Weight คือ น้ำหนักตัวที่ทำให้ BMI = 21 kg/m2 ณ.ส่วนสูงของคนนั้น
จากการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนักตัว สรุปได้ว่า
  1. การมีความมั่นใจและมีความสามารถที่จะควบคุมน้ำหนักด้วยตนเอง (Self Efficacy)  ถ้าสามารถสร้างให้เกิดได้ โอกาสที่จะควบคุมน้ำหนักตัวได้อย่างยั่งยืนก็จะสูง
  2. ความสามารถที่จะสร้างให้เกิดขึ้น คือ 3 อ.ได้แก่
    • ความสามารถในการเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกต้อง ทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ
    • สามารถที่จะเลือกการออกกำลังกาย หรือใช้การเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ร่วมกับมาตรการทางอาหาร ทั้งนี้ต้องไม่บาดเจ็บหรือเกิดความเสี่ยงจากการออกกำลังกาย
    • ความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมของเรา โดยเฉพาะอะไรคือสิ่งกระตุ้น (cues) ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการกินอาหารโดยไม่ได้วางแผนที่จะกิน (Unplan Eating) และจะมีวิธีการจัดการพฤติกรรมเหล่านั้นอย่างไร
  3. การบันทึกด้วยตนเอง (Self Monitoring) ได้รับการพิสูจน์ว่า ทำให้การควบคุมน้ำหนักประสบความสำเร็จ
  4. สิ่งแวดล้อม (Supportive Environment) เป็นส่วนที่สำคัญ โดยเฉพาะการเตือนกันด้วยความห่วงหาอาทรระหว่างคนใกล้ชิด หรือเพื่อนร่วมงาน  เช่น ชวนกันไปออกกำลังกาย  หรือเตือน เพื่อจะหลีกเลี่ยงการกินอาหารบางประเภท หรือกินในมื้อที่ไม่ได้วางแผนไว้
โอกาสลดน้ำหนักสำเร็จมากน้อยเพียงไร
     การควบคุมน้ำหนักเป็นเรื่องยาก  จากการศึกษาพบว่า กลุ่มที่สามารถลดน้ำหนักลงมาได้แล้ว  ร้อยละ 80 น้ำหนักจะกลับขึ้นมาใหม่ และบางคนกลับมามากกว่าเดิมด้วยซ้ำ   เพราะฉะนั้นถ้าไม่สำเร็จอย่าท้อ เพราะท่านคือคนส่วนใหญ่  มีหลายๆคนที่ไม่สำเร็จเหมือนท่าน เพราะมันเป็นเรื่องยาก  แต่ถ้าท่านสำเร็จ  ท่านคือ Champion  มีไม่ถึง 1 ใน 5 เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ คือ สามารถลดน้ำหนักได้ 10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น ภายในเวลา 6 เดือน และสามารถรักษาระดับน้ำหนักที่ลดลงได้ไปอีก 2 ปี (ถ้าเพิ่มไม่่ถึง 3 กิโลกรัมใน 2 ปีก็ถือว่ายอมรับได้)
การบันทึกด้วยตนเอง (Self Monitoring Record)
         ได้เรียนให้ทราบว่า การบันทึกด้วยตนเองจะทำให้การควบคุมน้ำหนักมีโอกาสเกิดความสำเร็จ  โดยจะมีแบบบันทึกดังต่อไปผ่าน Web ซึ่งจะแสดงเฉพาะภาพรวมของหน่วยงานหรือของฝ่าย  ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะใช้ระบบ Password  โดยจะรักษาความลับของทุกท่านเพื่อไม่ให้ใครเห็น นอกจากตัวท่านเอง  โดยทางเราจะแจ้ง Username และ Password ให้ทราบต่อไป สิ่งที่จะบันทึกด้วยตนเองได้แก่
  1. ประวัติส่วนตัว หรือ Personal Data ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เพศ สถานภาพสมรส วัน/เดือน/ปี เกิด ส่วนสูง และเป้าหมายของน้ำหนัก และรอบเอว ของท่าน (ส่วนนี้จะเก็บเป็นความลับ ต้องใช้ Password ถึงเข้าสู่ข้อมูลได้)
  2. ประวัติ น้ำหนักตัว และเส้นรอบเอว  ซึ่งจะมีการบันทึก เป็นรอบๆ ตามที่กำหนด  โดยใน 5 เดือนแรกนับจากเดือน พฤษภาคม 2552 เป็นต้นไปจะทำการบันทึกทุกเดือน  เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง  โดยจะแสดงผลในภาพรวมของหน่วยงาน หรือของหน่วยงานย่อย

Count from 22 May 2009